[life]ความในใจ

posted on 10 Sep 2012 04:51 by matsuoka in life
หายหน้าไปซะนาน งานท่วมหัว แต่คืนนี้ในเวลาดึกดื่นที่ผู้คนนอนกันหมด อีโทระยังอยู่ ณ. ห้องฉุกเฉิน ตรวจต่อไป เครียดต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่่กำลังนั่งรอดูฟิล์มเอ็กซเรย์คนไข้ ขอซะหน่อยแอบเปิดเฟสบุ๊คเพื่อนๆดู ทุกคนอัพเรื่องคล้ายๆกัน .. บิณฑ์ บันลือฤทธ์ิ ไอ่เราอยู่เวรก็ไม่รับรู้อะไร ทำงานหัวปั่น หลังเขาตามไปอ่านทีหลังได้ใจความว่า คุณบิณฑ์ อัพรูปเรื่องเกี่ยวกับการตายของหญิงท้องคนหนึ่ง ซึ่งมีงาการของน้ำคร่ำเข้ากระแสเลือด (amniotic fluid embolism) เป็นการเล่าในเชิงต่อว่าแพทย์น่ะนะ ไม่ขอลงลิงค์หรือเล่าละเอียด เพราะรู้สึกเพลียมาก ณ. จุดนี้ ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ถึงจะเป็นหมอ แต่ไม่ได้พูดเพราะเข้าข้างเพื่อนหมอด้วยกัน ท่ีพูดเพราะว่า อึดอัดใจกับเรื่องแบบนี้อยู่ เวลาที่ไม่เข้าใจอยากให้ถามกันก่อน อย่าด่วนตัดสินว่าหมอไม่ดีแบบนู่นนี่นั่น ถามเหตุผล ถามว่ามันคืออะไร ไม่รู้ไม่มีใครว่าโง่ หมอเรียนกันมาอย่างน้อยหกปี ต่อกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตอีกไม่รู้กี่ปี คนไม่ได้เรียนด้วยจะไม่รู้ก็ไม่แปลก ไอ่คนเรียนมายังรู้ไม่หมดเลย ถามค่ะ ไม่เข้าใจอะไรถามหมอไปเลย อยากรู้ว่าทำไปทำไม เป็นอะไร เพราะอะไร ต้องทำยังไง ถามไปค่ะ ไม่ถามไม่รู้ หมอบางคนเป็นแบบเรา พูดอธิบายให้คนไข้เยอะ ถามย้ำๆว่าเข้าใจมั้ย จะถามอะไรมั้ย แต่บางคนไม่เป็นแบบน่ี้เป็นคนไม่พูดมากอย่างอีโทระ ก็ถามไปค่ะ เค้าตอบกันอยู่หรอกนะ ในกรณีนี้ ขอบอกเลยว่า โรคที่ว่ามา ... ไม่มีทางป้องกัน และถ้าเป็น ไม่ว่าจะเป็นเทวดามาจากไหนก็รักษาไม่ได้ ตายเกือบ 100% ไม่ใช่หมอไม่พยายาม หมอเค้าก็พยายาม การไปกับคนไข้ ไปปั้มหัวใจบนรถ มันแสดงว่าทำเต็มที่ ช่วยเกินร้อยอยู่นะคะ ส่วนท่่ีเด็กเสียชีวิต แล้วไปว่าว่าทำไมหมอไม่ผ่าคลอดให้เอง รอส่งตัวอะไรทำไม นู่นนี่่ ขอบอกอีกว่า การผ่าคลอดควรทำในมือของผู้เชี่ยวชาญมั้ยค่ะ? ถ้า รพ. นั้นเค้าไม่มีความพร้อมพอ คุณจะให้เค้าผ่า แล้วถ้าเป็นอะไรขึ้นมาคุณก็ว่าเค้าอยู่ดี สรุปว่ากรณีส่งตัวก็ถูกแล้วนะคะ ขณะนี้สิ่งที่ บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ได้ทำลงไป ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คุณทำลาย ความศรัทธา ในวิชาชีพแพทย์ ไปแล้ว และทำลายกำลังใจของหมออีกมากมาย ใครคิดว่าอาชีพนี้รวยขอบอกว่าเงินเดือนก็สองหมื่นนี่แหละค่ะ ที่มันเหมือนจะรวยเพราะไม่มีเวลาจะใช้เงิน เหมือนเป็นเงินได้มาเพื่อเยียวยาความเครียด ความกดดันจากการทำงานที่มีชีวิตคนเป็นเดิมพัน กับการอดนอน เอาเงินมาซื้อยาให้ตัวเองกินน่ะค่ะ หน้าพ่อแม่ไม่ได้เจอ พ่อแม่ป่วยยังลาไปดูแลไม่ได้ หมอก็เป็น "คน" นะคะ ท่่ียังทำอยู่ทั้งหมดนี่่เพื่อคนไข้ ประเทศไทย ไม่ได้มีระบบอะไรที่ support การดูแลสุขภาพอะไรที่ดีมากเท่าต่างประเทศ การทำงานของหมอในประเทศนี้ ปริมาณคนไข้ต่อหมอคนนึงเยอะมากนะคะ ถ้าคุณยังคงทำลายกำลังใจในการทำงานกันแบบนี้ อย่าหวังเลยค่ะว่ามันจะดีขึ้น มันจะแย่ลงอีก หมอจะเลิกเป็นหมอกันอยู่แล้วค่ะ ไม่เป็นก็ได้ ไม่อยากตรวจไม่อยากมีหมอ ก็ไม่ต้องค่ะ เพลียแทนหมอคนนั้นที่ถูกว่าทั้งที่เต็มที่แล้ว เพลียเองที่รู้สึกเศร้ากับสังคมไทย คนไข้อยากได้แต่สิทธ์ิไม่รู้หน้าที่ สรุป: เพลีย เหนื่อย เศร้า ท้อ ง่วง หิว ... ไปตรวจต่อละคะ คนไข้รอไม่ได้ แต่ทุกอย่างในชีวิตหมอต้องรอได้ ...

Comment

Comment:

Tweet